施設名

พิพิธภัณฑ์ประวัติความเป็นมาของไร ซันโย

พิพิธภัณฑ์ประวัติความเป็นมาของไร ซันโยดำเนินการจัดนิทรรศการ จัดพิมพ์ ตรวจสอบ และวิจัยผลงานและวัสดุที่เกี่ยวข้องกับนักเขียนและนักวิชาการผู้มีนามว่า ไร ซันโย ซึ่งเป็นนักคิดที่เป็นแบบอย่างของประเทศญี่ปุ่นในช่วงปลายสมัยเอโดะ และประวัติศาสตร์สมัยใหม่และวัฒนธรรมของภาคเกบิ นอกเหนือจากการจัดแสดงถาวรที่แนะนำเกี่ยวกับ ไร ซันโย รวมถึงช่วงเวลาต่างๆในชีวิตของเขา และรายละเอียดของบางเหตุการณ์ในช่วงเวลาต่างๆ ทางพิพิธภัณฑ์ยังมีจัดนิทรรศการพิเศษ 7 หรือ 8 ครั้งต่อปี หลังจากที่เขาหนีออกไปจากฮิโรชิมะ ไร ซันโยถูกจับ และถูกบังคับนำตัวกลับมาคุมขังในห้องพักภายในที่พักอาศัยของเขา กล่าวกันว่าห้องพักที่ไร ซันโยเขียนร่าง "นิฮง ไกชิ" ซึ่งเป็นเรื่องประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นในระหว่างที่ถูกคุมขังนั้น เคยได้รับเลือกให้เป็น โบราณสถานแห่งชาติ อย่างไรก็ตาม ห้องเดิมนั้นได้ถูกทำลายจนราบเป็นหน้ากองจากการทิ้งระเบิดปรมาณูในฮิโรชิมะ ห้องปัจจุบันถูกสร้างขึ้นใหม่ในปีค.ศ. 1958 (ปีโชวะที่ 33) โดยจังหวัดฮิโรชิมะ ประวัติของไร ซันโย ไร ซันโย (ปีค.ศ. 1780-1832) เป็นหนึ่งในนักวรรณคดี มีชื่อเสียงในฐานะที่เป็นนักประวัติศาสตร์ กวี นักเขียนพู่กัน และศิลปินในปลายสมัยเอโดะ ซึ่งเป็นช่วงที่ยุคของซามูไรกำลังจะปิดฉากลงในอีกห้าสิบปี เขาเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะผู้ประพันธ์ "นิฮง ไกชิ" (ประวัติศาสตร์อย่างไม่เป็นทางการของญี่ปุ่น) ซึ่งมีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อผู้ที่ให้การสนับสนุนขุนนางในยุคนั้น ซันโยเกิดในโอซากา ปีค.ศ. 1780 และย้ายไปอยู่กับพ่อแม่ของเขาที่ฮิโรชิมะในปีถัดมา เนื่องจากชุนซุย ผู้เป็นพ่อ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นนักวิชาการขงจื้อของโรงเรียนที่ก่อตั้งขึ้นโดยแคว้นฮิโรชิมะ ซันโยแต่งงานตอนอายุยี่สิบปี หลังจากนั้นเขาก็ได้แยกตัวออกไปจากเขตปกครองโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่จากนั้นไม่นานเขาก็ถูกนำตัวกลับมาคุมขังอยู่ในห้องเล็กๆ ในบ้านของเขาเองเป็นเวลาห้าปี ในช่วงระหว่างนั้น เขาได้ร่างผลงานชิ้นเอกของเขาซึ่งมีชื่อว่า "นิฮง ไกชิ" จนเสร็จสมบูรณ์ ต่อมาผลงานดังกล่าวได้กลายเป็นหนังสือขายดีหลังจากที่เขาเสียชีวิตลง ปัจจุบันบ้านหลังดังกล่าวได้ถูกอนุรักษ์ให้เป็น "ห้องพักของไร ซันโย (เคียวชิทซึ)" ซึ่งนับเป็นสถานที่ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของชาติภายในบริเวณของพิพิธภัณฑ์ โชอิจิ วาตานาเบะ นักวิจารณ์ชั้นนำของญี่ปุ่นสมัยใหม่ได้กล่าวถึงไร ซันโยในหนังสือของเขาว่า ไรเป็นนักประวัติศาสตร์เพียงคนเดียวที่เปรียบได้กับเดวิด ฮูม (ค.ศ. 1711-1776) ซึ่งเป็นนักปรัชญา นักเศรษฐศาสตร์และนักประวัติศาสตร์ชาวอังกฤษในศตวรรษที่ 18 ซึ่งมีชีวิตอยู่เมื่อประมาณห้าสิบปีก่อนที่ไรจะเกิด เดวิด ฮูมเรียบเรียงประวัติศาสตร์การรวมตัวเป็นหนึ่งเดียวของประเทศอังกฤษด้วยตัวเขาเอง ฮูมเป็นหนึ่งในบรรดาผู้นำที่มีอิทธิพลมากในโลกของความคิดในยุโรป ไร ซันโยกลายเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณในช่วงปลายสมัยเอโดะซึ่งเป็นยุคสุดท้ายของซามูไร กล่าวกันว่า ผลงานเขียนด้านประวัติศาสตร์ของเขาได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับซามูไรหนุ่มที่ไม่พึงพอใจกับระบอบการปกครองแห่งชาติของพวกเขา ผลงานเขียนของเขาแสดงให้เยาวชนเหล่านั้นเห็นว่า ประเทศของพวกเขาควรจะเป็นอย่างไร และควรปรารถนามุ่งมั่นให้ประเทศเป็นแบบใด หลายสิบปีหลังจากการเสียชีวิตของเขา คนรุ่นใหม่ประสบความสำเร็จในการปฏิรูปเมจิซึ่งนับเป็นการสิ้นสุดของยุคของซามูไร และฟื้นฟูระบอบการปกครองโดยจักรพรรดิให้กลับสู่ประเทศญี่ปุ่นอีกครั้งในปีค.ศ. 1868 รายละเอียดเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์ มีการจัดแสดงสิ่งของดั้งเดิมหลายชิ้นที่แสดงให้เห็นถึงชีวิตความเป็นอยู่ของซันโย และผลงานด้านประวัติศาสตร์ บทกวี ภาพวาด ภาพเขียนพู่กัน และวัตถุที่เกี่ยวกับประวัติครอบครัวของเขา เป็นต้น พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นสถานที่เล็กๆ ที่เป็นเหมือนโอเอซิสที่ตั้งอยู่ในใจกลางเมือง ท่านจะพบสวนอันสงบร่มรื่นซึ่งล้อมรอบพิพิธภัณฑ์ที่นักจัดสวนและภูมิทัศน์ที่มีชื่อเสียงได้ออกแบบอย่างตั้งใจ ในสวนแห่งนี้ ท่านสามารถพบต้นไม้ที่รอดชีวิตจากระเบิดปรมาณูมาได้อย่างน่าอัศจรรย์หลังจากที่ถูกเผาไหม้ สิ่งอำนวยความสะดวก 1. โบราณสถาน 'เคียวชิทซึ' (บ้านที่ซันโยถูกคุมขัง) พิพิธภัณฑ์ซันโยหลังเก่าและโบราณสถาน 'เคียวชิทซึ' (บ้านที่ซันโยถูกคุมขัง) ถูกทำลายลงด้วยระเบิดปรมาณู และถูกสร้างขึ้นใหม่ในปีค.ศ. 1958 จากนั้นได้มีการบูรณะพิพิธภัณฑ์ใหม่อีกครั้งในปีค.ศ. 1995 2. เสาประตูหิน เสาประตูหินสูง 2 เมตรที่สร้างในปีค.ศ. 1927 และถูกระเบิดแตกออกเป็นเสี่ยงๆได้รับการบูรณะให้กลับคืนสภาพเดิมดังเช่นปัจจุบัน 3. คุโระงาเนะ ฮอลลี่ ต้นไม้ที่รอดชีวิตจากระเบิดปรมาณู คุโระงาเนะ ฮอลลี่เป็นหนึ่งในต้นไม้ 170 ต้นในเมืองที่ถูกระเบิดปรมาณูแต่ยังคงมีชีวิตอยู่ในสวน กล่าวกันว่า ต้นไม้ต้นนี้งอกขึ้นอีกครั้งในปีค.ศ. 1949 กล่าวคือ อีกสี่ปีหลังจากที่ถูกระเบิดที่ทิ้งลงที่จุดศูนย์กลางการทิ้งระเบิดปรมาณูซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 410 เมตร 4. ลานบุนจินเท ลานภายในพิพิธภัณฑ์จัดเป็นสวนชื่อว่า "บุนจินเท" ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงรสนิยมทางวรรณกรรมในสมัยนั้น สวนนี้ออกแบบโดยศาสตราจารย์เค นากะเนะซึ่งเป็นนักออกแบบสวนชั้นนำในศตวรรษที่ 20 5. ห้องชา มีห้องที่ออกแบบมาเพื่อใช้สำหรับพิธีชงชาโดยเฉพาะ และมีผู้คนหลายกลุ่มจัดพิธีชงชาขึ้นที่ห้องนี้ตลอดทั้งปี ในบรรดานักชงชา มีกลุ่มหนึ่งที่ยินดีต้อนรับแขกมากกว่าหนึ่งร้อยคน ท่านสามารถเข้าร่วมพิธีชงชาดังกล่าวซึ่งจะมีจัดขึ้นทุกเดือนยกเว้นในเดือนมกราคมและสิงหาคมได้ โดยไม่ต้องสำรองที่นั่งล่วงหน้า การชื่นชมคุณค่าของสิ่งที่ได้สัมผัสในห้องชาราวกับว่าจะมีโอกาสได้พบพานสิ่งนั้นเพียงครั้งเดียวในชีวิต คือ หัวใจสำคัญในพิธีชงชา

ข้อมูล

Address
5-15 ฟุคุโระ-โจ นาคะ-คุ ฮิโรชิมะ-ชิ 730-0036
TEL
082-298-5051
URL
http://www.pref.hiroshima.lg.jp/site/raisanyou/english-outline.html
Open
9:30~17:00 น. (รอบเข้าสุดท้าย: 16:30 น.)
Closed
วันจันทร์
(*พิพิธภัณฑ์เปิดในวันหยุดนักขัตฤกษ์ พิพิธภัณฑ์เปิดในวันจันทร์ที่ตรงกับวันหยุดและปิดให้บริการในวันธรรมดาถัดไป)
28 ธันวาคม - 4 มกราคม
※ปิดชั่วคราวเป็นครั้งคราว
Access
ตั้งอยู่หน้า "สถานีฟุคุโระ-มาจิ" นั่งรถรางฮิโรชิมะ อิเลคทริค เรลเวย์จากสถานีฮิโรชิมะ (ผ่านคามิยะ-โจ) ไปได้
Fee
บุคคลทั่วไป:
ผู้ใหญ่ 200 เยน;นักเรียน 150 เยน
หมู่คณะ (ตั้งแต่ 20 คนขึ้นไป):
ผู้ใหญ่ 160 เยน; นักเรียน 120 เยน

วิธีการเดินทาง

SHARE

ผู้เยี่ยมชมเวบไซต์ที่นี่ด้วยเช่นกัน

เมื่อใช้งานเว็บไซต์นี้จะถือว่ามีการยินยอมให้ใช้คุกกี้ กรุณาตรวจสอบรายละเอียดในนโยบายความเป็นส่วนตัว (ฉบับอังกฤษ)